รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยประหยัดดอกเบี้ยไปเป็นแสน!!

จ่ายค่าบ้านยังไง ให้ประหยัดเงินเป็นแสน

ผ่อนบ้านยังไงให้หมดไว ดอกเบี้ยต่ำ และประหยัดเงินไปเป็นแสน แนะนำให้ทำ การรีไฟแนนซ์บ้านในทุกๆ 3 ปี จะดีที่สุดเพราะพอหลังจาก 3 ปีที่ว่าไป อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ วิธีที่จะช่วยลดดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็คือ การรีไฟแนนซ์บ้าน แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดจากดอกเบี้ยบ้านที่ต้องเสียไป จะสามารถลดลงไปเยอะขนาดนั้นได้จริงๆใช่มั้ย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไรกันแน่

การรีไฟแนนซ์บ้านถ้าพูดกันง่ายๆ ก็คือการกู้เงินมาโปะยอดหนี้ปัจจุบันกับธนาคารเดิม เพื่อลดดอกเบี้ยที่สูงจนเกินไปให้ต่ำลง ทำให้ช่วยลดรายจ่ายได้อีกเยอะ และช่วยให้ผ่อนบ้านจบได้เร็วมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่การทำ รีไฟแนนซ์บ้านเราจะทำกันทุกๆ 3 ปี หรือตามสัญญาที่เกิดขึ้นในตอนแรก ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่สามารถจะช่วยให้เราลดอัตราดอกเบี้ยของบ้านที่เกิดขึ้นได้ คือการคุยตกลงกับทางธนาคารเดิมอีกครั้งเพื่อขอลดอัตราดอกเบี้ย

แล้วแบบนี้การรีไฟแนนซ์บ้าน กับ การยื่นเรื่องขอลดอัตราดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม อันไหนดีกว่ากัน??

อย่างที่เรามีเกริ่นกันตอนต้นเรื่องของ การรีไฟแนนซ์บ้านก็เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิม แต่เราอาจจะต้องมีการดำเนินการเรื่องของเอกสารต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนของ การรีไฟแนนซ์บ้านที่เกิดขึ้นมาด้วย ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละธนาคาร ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นหลักๆจะมีอยู่ 5 อย่างคือ
  1. ค่าประเมินราคา
  2. ค่าจดจำนอง
  3. ค่าอากรแสตมป์
  4. ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ
  5. ประกันอัคคีภัย (ไม่ว่าจะมีการทำการรีไฟแนนซ์บ้านหรือไม่ ก็จะต้องทำทุก 1-3 ปี ตามกฎหมาย)
แต่หากว่าเราทำการยื่นเรื่องขอลดดอกเบี้ยบ้านกับธนาคารเดิม ถ้าได้ข้อเสนอที่ดีน่าสนใจกว่าการรีไฟแนนซ์ก็ถือว่าน่าสนใจ เนื่องจากเราจะไม่ต้องเสียเวลาในการทำเรื่องเอกสารต่างๆใหม่ แต่เพราะธนาคารส่วนใหญ่จะลดดอกเบี้ยให้ได้ไม่เยอะเท่ากับ การรีไฟแนนซ์บ้าน จึงทำให้คนส่วนใหญ่ยอมที่จะเสียเวลาในการทำเรื่อง รีไฟแนนซ์บ้านมากกว่าการยื่นเรื่องขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าเมื่อเปรียบเทียบดูชัดๆแล้ว การจ่ายค่าบ้านไปเรื่อยๆ จนหมดอายุสัญญา กับ การทำรีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปี จะช่วยประหยัดเรื่องของดอกเบี้ยบ้านได้มากขนาดไหน?
ตารางเปรียบเทียบดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน
ยกตัวอย่าง หากกู้ 3 ล้าน ผ่อนชำระ 30 ปี ผ่อนกับธนาคารเดิม ดอกเบี้ยต่อปีจะอยู่ที่ 174,906 บาท แต่ถ้าทำการรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยต่อปีจะเหลือเพียง 73,109 บาทเท่านั้น!! เพียงแค่ปีเดียวเราก็สามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยบ้านได้เป็นแสน แล้วถ้าเราทำ การรีไฟแนนซ์บ้านทุกๆ 3 ปีหล่ะ!! เราจะสามารถประหยัดเงินในส่วนนี้ไปได้อีกเท่าไหร่??

ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านต้องเริ่มยังไง หรือต้องทำอะไรบ้าง?

อย่างแรกเลยคือ ทำการสมัครออนไลน์ได้ที่ >>> https://www.cimbthaionlinecampaign.com/droplead/refinance.html เมื่อทำการสมัครแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ หลังจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการเตรียมเอกสารเพื่อ รีไฟแนนซ์บ้าน ซึ่งจะมีเอกสารที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเอกสารแสดงหลักประกันที่นำมา รีไฟแนนซ์บ้าน ดังนี้

เอกสารที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล

    • สำเนาบัตรประชาชน
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการทำงาน
    • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน
*หากมีผู้กู้ร่วมจะต้องมีการเตรียมเอกสารด้วยเช่นกัน

เอกสารแสดงหลักประกัน

    • โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองกรรมสิทธิ์
    • ใบอนุญาตปลูกสร้าง/หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง เช่นสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดิน ทด.13 หรือสัญญาให้ที่ดิน ทด.14
    • สำเนาหนังสือสัญญาจำนองที่ดิน
    • สำเนาสัญญากู้เงินจากธนาคารเดิม
    • สำเนาใบเสร็จเงินกู้เดือนล่าสุด
เมื่อเจ้าหน้าได้รับเอกสาร และทำการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อยแล้วจะเริ่มในส่วนของการนัดประเมินราคา พร้อมออกผลการอนุมัติจริง และนัดวันไถ่ถอน เพื่อนๆสามารถดูโปรโมชั่น รายละเอียดดอกเบี้ยต่างๆ ในการรีไฟแนนซ์บ้านได้ที่นี่

บทความที่น่าสนใจ

21 กันยายน 2563
รีไฟแนนซ์บ้าน ช่วยประหยัดดอกเบี้ยไปเป็นแสน!!
ผ่อนบ้านยังไงให้หมดไว ดอกเบี้ยต่ำ และประหยัดเงินไปเป็นแสน แนะนำให้ทำการรีไฟแนนซ์บ้านในทุกๆ 3 ปี จะดีที่สุดเพราะพอหลังจาก 3 ปีที่ว่าไป อัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารจะเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ วิธีที่จะช่วยลดดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็คือการรีไฟแนนซ์บ้าน แต่ก่อนที่เราจะไปดูว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดจากดอกเบี้ยบ้านที่ต้องเสียไป จะสามารถลดลงไปเยอะขนาดนั้นได้จริงๆใช่มั้ย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่าการรีไฟแนนซ์บ้านคืออะไรกันแน่ การรีไฟแนนซ์บ้านถ้าพูดกันง่ายๆ ก็คือการกู้เงินมาโปะยอดหนี้ปัจจุบันกับธนาคารเดิม เพื่อลดดอกเบี้ยที่สูงจนเกินไปให้ต่ำลง...
READ MORE >
21 กันยายน 2563
เงินเดือนไม่พอใช้ เพราะหนี้บัตรเครดิต!!
เรามีหนี้บัตรเครดิตที่ต้องจ่ายต่อเดือนเยอะเกินไปรึเปล่า?? พึ่งผ่านวันเงินเดือนออกไปได้ไม่นาน เงินเดือนก็หายไปกว่าครึ่ง!! เราเคยสังเกตกันหรือไม่ว่า เงินเดือนของเราส่วนใหญ่หายไปจากค่าใช้จ่ายในส่วนไหนกันแน่ วันนี้เรามานั่งคิดกันเล่นๆดีกว่าว่าหนี้ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนของเรามีมากเกินกว่ารายได้ของเราขนาดไหน ซึ่งตามปกติ แบงค์ชาติ จะกำหนดให้ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ควรเกินกว่า 70% ของรายได้ทั้งหมด โดยเราสามารถคำนวณหนี้ที่เกิดขึ้นได้ตามนี้เลย
READ MORE >
21 กันยายน 2563
ปิดจบหมดหนี้.. เรื่องบัตรเครดิต
บัตรเครดิต ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการอำนวยความสะดวกทางการเงินให้กับหลายๆคนก็ว่าได้ แต่หากเรามีการจัดการการเงินได้ไม่ดีพอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาวุธที่ทำร้ายเราดีๆนี่เอง สิ่งที่จะทำร้ายเราได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ ตัวดอกเบี้ยที่เกิดจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยไม่มีการวางแผนที่ดี ซึ่งถ้าใครได้โดนดอกเบี้ยนี้แล้วก็เหมือนเป็นเนื้อร้ายที่จะเกาะติดไปกับเรายาวๆได้เลย
READ MORE >

>>ดูบทความที่น่าสนใจทั้งหมด**